เมื่อยอดไลก์ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายอีกต่อไป
อุตสาหกรรม influencer marketing ของไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่แบรนด์ต้องการผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริง ไม่ใช่แค่ยอดไลก์ แชร์ หรือวิว IdeasLabs เปิดเผยว่าแบรนด์ต่าง ๆ เริ่มย้ายงบประมาณออกจากตัวชี้วัดที่ผิวเผินไปสู่ครีเอเตอร์ที่สามารถพิสูจน์ยอดขาย ผลตอบแทนจากกาารลงทุน (ROI) และผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้
การเปลี่ยนแปลงนี้อ Reflect สภาพเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัวในปี 2569 ทำให้ธุรกิจต้องการหลักฐานที่ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าแคมเปญ influencer สามารถสนับสนุนการเติบโตของรายได้โดยตรง ตลาด influencer ของไทยมีมูลค่า 45,000 ล้านบาทในปี 2567 และคาดว่าจะเติบโต 15–20% ต่อปีจากปี 2568 ถึง 2572
กลุ่ม Influencer ที่แบรนด์ต้องการมากที่สุด
IdeasLabs ระบุว่ากลุ่ม influencer ที่ได้รับความสนใจสูงสุดในไตรมาสแรกของปี 2569 ได้แก่ กลุ่ม Foodie, Mom & Kids, Lifestyle และ Beauty กลุ่ม Foodie ยังคงเป็นอันดับหนึ่งเนื่องจากเนื้อหาเกี่ยวกับอาหารเชื่อมโยงกับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้อย่างรวดเร็ว ส่วนกลุ่ม Mom & Kids ได้รับความสนใจสูงเพราะมีความน่าเชื่อถือจากประสบการณ์ตรงของแม่ ขณะที่ Lifestyle influencer เชื่อมโยงสินค้ากับชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นธรรมชาติ และ Beauty influencer ยังคงมีบทบาทสำคัญสำหรับแบรนด์เครื่องสำอางที่ต้องการรีวิวแบบเห็นผลจริง
นอกจากนี้ แบรนด์ยังเริ่มกระจายงบประมาณไปยัง micro และ nano influencer จำนวนมากขึ้น แทนที่จะจ้างเพียงไม่กี่ชื่อดัง โดยใช้ครีเอเตอร์รายเล็กเพื่อสร้างเนื้อหาที่ลึกและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
ความท้าทายและโอกาสสำหรับครีเอเตอร์ไทย
สำหรับครีเอเตอร์ไทย ความท้าทายคือการเปลี่ยนจากบทบาท “Content Creator” ไปสู่ “Business Result Drivers” ที่แบรนด์ไว้วางใจ จำเป็นต้องสร้างเนื้อหาที่สนับสนุนการตัดสินใจซื้อ นำเสนอข้อมูลประสิทธิภาพที่ชัดเจน สร้างความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสในการรีวิว และใช้เครื่องมือ AI/MarTech เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
อีกหนึ่งแนวโน้มสำคัญคือการเปลี่ยนจากแคมเปญแบบครั้งเดียวไปสู่ความร่วมมือระยะยาว 3–6 เดือน ซึ่งช่วยให้แบรนด์สามารถสื่อสารได้อย่างสม่ำเสมอและติดตามผลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ในภาพรวมของอุตสาหกรรมโฆษณาไทยที่คาดว่าจะมีมูลค่ารวมราว 87,264 ล้านบาทในปี 2569 โดยสื่อออนไลน์รวม influencer มีมูลค่าสูงถึง 34,760 ล้านบาท เติบโต 5% การที่ influencer marketing กลายเป็นเครื่องยนต์สำคัญที่ขับเคลื่อนยอดขาย ไม่ใช่แค่การสร้างกระแส จึงเป็นทั้งความท้าทายและโอกาสสำหรับทุกฝ่ายในอุตสาหกรรม




