สถิติที่ต้องตระหนัก
มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในสตรีไทย โดยมีอุบัติการณ์ประมาณ 17,043 รายต่อปี และมีผู้เสียชีวิต 4,753 รายต่อปี สถาบันมะเร็งแห่งชาติกำหนดให้ผู้หญิงไทยที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปที่ มีประวัติญาติสายตรงป่วยเป็นมะเร็งเต้านม เข้ารับการตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ฟรีทุก 2 ปี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายทุกสิทธิการรักษา
มาตรฐานการคัดกรองในปัจจุบัน
สำหรับสตรีไทยอายุ 20 ปีขึ้นไป แนะนำให้ตรวจเต้านมด้วยตนเอง (BSE) เดือนละ 1 ครั้ง และเมื่ออายุ 40–69 ปี ควรได้รับการตรวจเต้านมโดยแพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุข (CBE) ร่วมด้วย
รถแมมโมแกรมเคลื่อนที่: นวัตกรรมที่นำบริการสู่ชุมชน
การศึกษาเชิงประเมินที่ตีพิมพ์ในวารสาร Thai Journal of Surgery พบว่า การใช้รถแมมโมแกรมเคลื่อนที่ในกลุ่มสตรี 525 คน มีผู้ตรวจพบความผิดปกติที่ต้องติดตามผลถึง 121 ราย (23.05%) และพบอัตราการเกิดมะเร็งเต้านมสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ผลลัพธ์นี้ชี้ให้เห็นว่าการนำเทคโนโลยีการตรวจไปถึงชุมชนโดยตรงมีประสิทธิผลสูงในการค้นหาผู้ป่วยระยะเริ่มต้น
โครงการเพื่อสตรีเปราะบาง
มูลนิธิกาญจนบารมีได้ร่วมมือกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ จัดกิจกรรมคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งนรีเวชในสตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาสในพื้นที่ นอกจากนี้ ศูนย์มะเร็งเต้านมสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (QSCBC) ยังดำเนิน “Slum Project” มายาวนานกว่า 25 ปี เพื่อนำการคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกไปสู่สตรีในชุมชนแออัดในเมือง
ข้อจำกัดที่ยังต้องแก้ไข
แม้จะมีโครงการเชิงรุก แต่การเข้าถึงเทคโนโลยีการตรวจขั้นสูงยังคงจำกัดในพื้นที่ห่างไกล เนื่องจากจำนวนเครื่องแมมโมแกรมทั่วประเทศไม่เพียงพอ นอกจากนี้ การตรวจแมมโมแกรมยังไม่ถูกรวมอยู่ในสิทธิประโยชน์พื้นฐานของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าสำหรับสตรีทั่วไป (ยกเว้นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง) ทำให้สตรีที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงชัดเจนต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองหากต้องการตรวจ
เสียงจากผู้ใช้บริการ
นางสาวรัตนา อายุ 45 ปี จากจังหวัดนครศรีธรรมราช เล่าว่า “รถตรวจเคลื่อนที่มาที่วัดใกล้บ้าน ใช้เวลาไม่ถึง 20 นาทีก็ตรวจเสร็จ ฉันไม่ต้องลางานหรือเดินทางไกลเลย” การนำบริการมาตรงบ้านคือสิ่งที่ทำให้ผู้หญิงที่ไม่มีเวลาและไม่มีกำลังทรัพย์สามารถเข้าถึงการตรวจได้จริง




