น้ำเสียฟาร์มสุกร: แหล่งรวมเชื้อดื้อยาที่การบำบัดยังไม่พอ
งานวิจัยใน ScienceDirect (2026) ตรวจสอบน้ำเสียจากฟาร์มปศุสัตว์ในประเทศไทย พบว่าน้ำเสียจากฟาร์มสุกร未经บำบัดมีเชื้อ E. coli ที่ดื้อต่อ cefotaxime ในระดับสูงถึง 5.13–7.55 log10 CFU/100 mL และพบยีน blaCTX-M group 1 ซึ่งเป็นกลุ่มที่พบบ่อยที่สุดถึง 85.9% ของไอโซเลตทั้งหมด ที่สำคัญคือพบยีน mcr-1 ถึง mcr-3 ซึ่งทำให้เชื้อดื้อต่อโคลิสตินใน 5.1% ของไอโซเลต โดยทั้งหมดมาจากน้ำเสียสุกรที่ยังไม่ผ่านการบำบัด
แม้การบำบัดน้ำเสียจะลดการปนเปื้อนได้ แต่ไม่สามารถกำจัดเชื้อดื้อยาได้หมดสิ้น นี่หมายความว่าน้ำที่ปล่อยออกจากฟาร์มยังคงเป็นแหล่งแพร่กระจายของเชื้อดื้อยาสู่สิ่งแวดล้อมและแหล่งน้ำธรรมชาติ
เนื้อสัตว์ในตลาดสด: เส้นทางที่ยังถูกมองข้าม
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Microbiology and Immunology (2026) วิเคราะห์เนื้อสัตว์จำหน่ายในตลาดสดของประเทศไทยหลังการห้ามใช้โคลิสตินในสัตว์อาหาร พบว่าเนื้อสัตว์จากตลาดสดอาจเป็นเส้นทางสำคัญในการถ่ายทอดเชื้อ Enterobacteriaceae ที่มียีน mcr ซึ่งดื้อต่อโคลิสติน ข้อค้นพบนี้ชี้ให้เห็นว่าการห้ามใช้ยาเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากไม่มีการเฝ้าระวังเชิงระบบในเนื้อสัตว์จำหน่ายและห่วงโซ่อาหารอย่างต่อเนื่อง
One Health ที่ต้องครอบคลุม “อาหาร” ไม่ใช่แค่ “คนกับสัตว์”
แนวคิด One Health ในทางทฤษฎีครอบคลุมสุขภาพคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม แต่ในทางปฏิบัติ การเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาในภาคปศุสัตว์และอาหารยังตามหลังภาคสุขภาพคนอยู่มาก การลงทุนในระบบเฝ้าระวังเนื้อสัตว์จำหน่าย การปรับปรุงการจัดการของเสียในฟาร์ม และการส่งเสริมการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุผลในสัตวแพทย์ จึงเป็นมาตรการที่ขาดไม่ได้หากต้องการหยุดวงจรการถ่ายทอดเชื้อดื้อยาจากฟาร์มถึงผู้บริโภค





