PGS คืออะไร และทำไมต้องรู้จัก
ระบบการรับรองแบบมีส่วนร่วม (Participatory Guarantee System: PGS) เป็นกลไกที่เกษตรกร ผู้บริโภค และหน่วยงานรัฐร่วมกันตรวจสอบและรับรองคุณภาพผลผลิตเกษตรอินทรีย์ โดยไม่ต้องพึ่งพาการรับรองจากบุคคลที่สามที่มีค่าใช้จ่ายสูง ระบบนี้กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์ของประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ กรมพัฒนาที่ดินเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ทุกมิติ โดยตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์เป็น 2 ล้านไร่ และเพิ่มจำนวนเกษตรกรไม่น้อยกว่า 250,000 ราย
ทำไมเกษตรกรรายย่อยต้องการ PGS
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในปี 2026 เปิดเผยว่าการรับรองอินทรีย์แบบบุคคลที่สาม (third-party certification) มีค่าใช้จ่ายสูงเกินไปสำหรับเกษตรกรรายย่อยที่ส่งผลผลิตให้ตลาดท้องถิ่น ทำให้เกษตรกรจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงมาตรฐานอินทรีย์อย่างเป็นทางการได้ แม้ว่าจะผลิตตามหลักเกษตรอินทรีย์อยู่แล้วก็ตาม PGS เข้ามาตอบโจทย์นี้ด้วยการลดภาระค่าใช้จ่าย และสร้างระบบการรับรองที่อิงกับความไว้วางใจและความโปร่งใสของชุมชน
นครปฐม: ต้นแบบเกษตรอินทรีย์ระดับแปลง
แปลงผลิตพืชอินทรีย์ “ปฐมสุข” (A Regenerative Farm) ในอำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของเกษตรอินทรีย์ที่ดำเนินการอย่างเป็นระบบ ฟาร์มแห่งนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สำหรับพืชผสมผสาน 77 ชนิด อาทิ กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค ผักกาดหอม มะเขือเทศเชอรี่ และมะเขือยาว พร้อมทั้งการรับรองการคัดบรรจุผลิตภัณฑ์อินทรีย์อีก 145 ชนิด การแบ่งโซนการผลิตตามพื้นที่ปลูก ทั้งแบบยกร่องน้ำขัง แบบขึ้นแปลงด้วยไม้ไผ่ และแบบโรงเรือนกางมุ้ง สะท้อนถึงการวางแผนการผลิตที่คำนึงถึงสภาพแวดล้อมและความยั่งยืน
Farm Forward: เชื่อมโยงเกษตรกรเชียงใหม่-ลำพูนที่เคยโดดเดี่ยว
หนึ่งในความท้าทายใหญ่ของเกษตรกรอินทรีย์ในภาคเหนือของประเทศไทยคือการดำเนินงานแบบโดดเดี่ยว ขาดกลไกในการแลกเปลี่ยนความรู้ การเข้าถึงตลาด และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ต่อผู้บริโภคนอกพื้นที่ของตัวเอง โครงการ Farm Forward ที่เริ่มดำเนินการในปี 2026 เข้ามาแก้ปัญหานี้ด้วยการสร้างระบบประสานงานและเพิ่มการมองเห็นสำหรับเกษตรอินทรีย์ในเชียงใหม่และลำพูน โมเดลนี้ช่วยให้เกษตรกรรายย่อยสามารถรวมตัวกันเพื่อเจรจากับผู้ซื้อรายใหญ่ และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างกันได้อย่างเป็นระบบ
PGS กับความมั่นคงทางอาหาร
กรมพัฒนาที่ดินไม่ได้มอง PGS เพียงแค่เครื่องมือรับรอง แต่เป็นกลไกที่ช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับชุมชน โดยการเชื่อมโยงเกษตรกร ผู้บริโภค และเจ้าหน้าที่รัฐเข้าด้วยกัน เพื่อยืนยันคุณภาพและความปลอดภัยของผลผลิตอย่างโปร่งใส แนวทางนี้มีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในท้องถิ่นที่ต้องการเข้าถึงอาหารปลอดสารเคมีในราคาที่เป็นธรรม
ความท้าทายและก้าวต่อไป
แม้ PGS จะมีข้อได้เปรียบด้านต้นทุน แต่ยังมีความท้าทายในเรื่องการสร้างมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง และการเชื่อมโยงเกษตรกรที่กระจัดกระจายให้เข้าสู่ระบบอย่างเป็นระบบ การศึกษาจาก FAO AGRIS ชี้ว่าโซ่การผลิตเกษตรอินทรีย์ไทยยังต้องการการวางแผนร่วมกันและการพยากรณ์ความต้องการที่แม่นยำขึ้น เพื่อให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด
โอกาสของเกษตรกรไทยในระบบ PGS
สำหรับเกษตรกรที่กำลังพิจารณาการเปลี่ยนผ่านสู่เกษตรอินทรีย์ PGS เปิดประตูที่กว้างขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา ด้วยการลดอุปสรรคด้านค่าใช้จ่าย และการสร้างเครือข่ายที่เกษตรกรสามารถพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น เมื่อรวมกับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในตลาดภายในประเทศและตลาดส่งออก เกษตรกรไทยที่เข้าร่วมระบบ PGS มีโอกาสที่จะสร้างรายได้ที่มั่นคงขึ้นและเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงระบบอาหารของประเทศไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง


