การเดินทางของประเทศไทยสู่การมีสุขภาพที่ครอบคลุม (UHC) เป็นข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการปรับปรุงสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชากร นโยบายสุขภาพของประเทศไทยในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาได้ปฏิรูปเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นสถานะทางเศรษฐกิจใด โดยความสำเร็จนี้เกิดจากการผสมผสานการปฏิรูปหลายด้าน การจัดการทางการเงินที่รอบคอบ และการเน้นเรื่องการดูแลสุขภาพป้องกัน
ในปี 2002 ประเทศไทยได้เปิดตัวแผนการดูแลสุขภาพสำหรับทุกคน หรือ Universal Health Coverage Scheme (UHC) ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้ประชาชนทุกคนในประเทศเข้าถึงการรักษาสุขภาพในราคาที่เหมาะสมและไม่เป็นภาระทางการเงิน ก่อนการปฏิรูปนี้ ระบบการดูแลสุขภาพในประเทศไทยยังคงแยกออกจากกันและมีความแตกต่างในเรื่องของการเข้าถึงบริการ โดยเฉพาะประชาชนที่มีรายได้น้อยและคนในพื้นที่ชนบท
แผน UHC นี้ได้รับการออกแบบเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยประชาชนจะต้องจ่ายค่าบริการในอัตราที่ต่ำมากเพื่อเข้าถึงบริการสุขภาพทั้งหมด รวมถึงการรักษาผู้ป่วยนอก การรักษาฉุกเฉิน การรักษาผู้ป่วยใน และการบริการสุขภาพอื่น ๆ ภายใต้แผนนี้ รัฐบาลเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายหลักผ่านการเก็บภาษีจากประชาชน
สิ่งที่ทำให้แผน UHC มีความสำเร็จคือการที่รัฐบาลสามารถจัดการเงินทุนผ่านระบบภาษี ทำให้บริการสุขภาพไม่เป็นภาระทางการเงินแก่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้น้อย แผนนี้ทำให้ประเทศไทยสามารถให้บริการสุขภาพที่เข้าถึงได้อย่างกว้างขวาง และทำให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพเบื้องต้นได้
นโยบายสุขภาพของประเทศไทยยังเน้นหนักไปที่การดูแลสุขภาพเบื้องต้น โดยการสร้างและพัฒนาศูนย์สุขภาพในชุมชนเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการพื้นฐาน เช่น การฉีดวัคซีน การดูแลมารดาและเด็ก การคัดกรองโรค และการส่งเสริมสุขภาพ เพื่อป้องกันโรคในระยะแรก ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากโรคที่อาจเป็นอันตรายในอนาคต
รัฐบาลไทยยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพของการดูแลสุขภาพผ่านการฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ การพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพ ซึ่งช่วยทำให้ระบบสุขภาพของประเทศมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างเหมาะสม
ในภาพรวม นโยบายสุขภาพของประเทศไทยได้สร้างความสำเร็จในการบรรลุการดูแลสุขภาพที่ครอบคลุมสำหรับทุกคน โดยการใช้แผน UHC ร่วมกับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพและกำลังคนทางการแพทย์ ประเทศไทยได้สร้างระบบสุขภาพที่เป็นมิตรกับประชาชนและสามารถให้บริการที่มีคุณภาพ





